เรียนต่อต่างประเทศ

ค้นหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษทั่วประเทศไทย

เรื่อง: [Tips & Tricks] เผยเทคนิคเลี้ยงลูก 2 ภาษา "พ่อแม่ธรรมดาก็สอนได้" โดยคุณพ่อฉี
 
อ่านแล้ว 16362

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Administrator
  • ดูรายละเอียด
คะแนนน้ำใจ: 3
25 ธ.ค. 58, 14:02:23น.


1. รบกวนแนะนำตัวคร่าวๆให้รู้จักกันทีครับ


ผมชื่อ นายอัศม์เดช แหล่งิ ชื่อเล่น "ฉี"
ผมเป็นเผ่าอาข่า(อีก้อ)เป็นเด็กกำพร้าแม่เสียตั้งแต่ตอนผมอายุ 6 ขวบตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยเข้าโรงเรียนภาคปกติ บ้านอยู่บนเขาเรียนกับครูอาสา(กศน)จนได้ใบประกาศนียบัตรเทียบเท่า ป.4 หลังจากนั้นไม่ได้เรียนต่อลงมาหางานทำอยู่ในเมือง(เชียงใหม่)ทำงานตามร้านอาหารล้างถ้วยล้างชาม เข้ามาทำงานใน กทม.เป็นผู้ช่วยช่างประปา และเคยออกทะเลอยู่เรือลากหอยลาย หลังผ่านไปหลายปีได้ใช้ใบ ป.4 ไปสมัครเรียน กศน. อีกครั้งตอนอายุ 17 ปีจนจบ ม.6 ภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่เกลียดที่สุด เรียนทีไรเครียด หลายๆ ครั้งเครียดจนคลื่นไส้อาเจียน...พื้นฐานภาษาเป็นไงทุกท่านน่าจะทราบดี...


2.อะไรคือแรงบันดาลใจให้ตัดสินใจเลี้ยงลูกแบบ 2 ภาษาครับ?


ผมใช้ประสบการณ์ของชีวิตตัวเองที่ผ่านมาเป็นบทเรียนมาสอนลูก ผมคิดว่าผมไม่ใช่คนโง่ แต่ผมเป็นคนที่ขาดโอกาส ผมจึงเอาสิ่งที่ผมขาดในวัยเด็กมาเติมเต็มให้กับลูกตามกำลังปัญญาที่ผมทำได้..ผมก็หาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก

ก่อนจะมีลูกผมได้อ่านหนังสือ "รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว" และผมก็มีความเชื่อเดิมอยู่แล้วว่าอัฉริยะสร้างได้ ( ไม่ได้บอกว่าพูดอังกฤษได้คืออัฉริยะ ) ผมไม่เชื่อว่ามีอัฉริยะคนไหนเก่งได้โดยไม่ได้เรียนรู้ ศักยภาพของเด็กก็เหมือนแผ่น CD เปล่าอยู่ที่ว่าใครมีความสามารถหาข้อมูลอะไรใส่ลงไปมากน้อยแค่ไหน...ที่สำคัญคือให้ถูกช่วงเวลาถูกวิธี


3. จำเป็นมั้ยครับที่พ่อแม่ต้องเก่งภาษาอังกฤษก่อน ถึงจะเลี้ยงลูกแบบ 2 ภาษาได้ครับ?


ผมคิดว่าไม่จำเป็นครับ ถ้ารอให้เก่งคงไม่ได้สอน. เพราะแม้แต่เจ้าของภาษาเองก็รู้ภาษาตัวเองไม่หมด
ผมเชื่อว่าพ่อแม่ไม่เก่งยังไงก็เก่งกว่าลูกที่เกิดมารู้วิธีที่ค้นค้าหาข้อมูลได้มากกว่าลูกแน่นอนครับ

ส่วนตัวผมคิดว่าที่ผ่านมาภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่ผมไม่ชอบและใจเราปฏิเสธ และสาเหตุใหญ่ของการไม่ชอบเพราะผมไม่เข้าใจและไม่พยามทำความเข้าใจ ไม่เข้าใจ+ไม่ชอบ+ปฏิเสธ+ไม่รู้เรื่อง

ผมก็เลยลองใหม่...หนังสือเล่มแรกที่ผมซื้อมาอ่านคือ รู้ทันสันดาน tense ผู้เขียน เทียรธรรมดา
จริงๆ หนังสือเล่มไหนก็เหมือนกันหมดครับ ยิ่งทุกวันนี้แทบไม่ต้องซื้อหนังสืออยากรู้อะไร หาใน google ได้หมด
พอทนอ่านเริ่มเข้าใจ พอเข้าใจเริ่มชอบและค่อยๆ เพิ่ม

หลายๆ คนมักจะบอกว่าเรียนภาษาอังกฤษไม่ต้องสนใจ tense หรือ grammar
ผมคิดว่าคนที่เรียนในฐานะภาษาที่ 2 และโดยเฉพาะศึกษาด้วยตัวเองผมว่าจำเป็นมาก...การไม่เข้าใจโครงสร้างพื้นฐานทำให้เราพูดไม่ได้พูดไม่ถูก แต่ถ้าเรามีความถี่อยู่กับฝรั่งทุกวันฟังพูดทุกวันก็ไม่จำเป็น เรียนรู้จากสิ่งที่พูดสิ่งที่ได้ยิน

แต่ที่เราสอนลูกเราสอนเหมือนภาษาแรกคือ ชี้ที่สิ่งของแล้วพูด แสดงท่าทางให้เห็น ให้ลูกเลียนแบบ ขัดเกลาการเลียนแบบ และให้ความถี่บ่อยๆ จนเขาจำได้

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Mi1IU_Su2IE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Mi1IU_Su2IE</a>

คลิปน้องจันทร์เจ้าลูกสาวพ่อฉี วัย 2 ขวบ พูดภาษาอังกฤษ


4. มีเทคนิคหรือมีอะไรแนะนำพ่อแม่ที่ยังไม่เก่งภาษาอังกฤษและอยากเริ่มเลี้ยงลูก 2 ภาษาบ้างครับ?


...พ่อแม่ไม่เก่งก็ทำให้เก่งได้ไม่ยาก... แค่เปลี่ยนจาก passive learning เป็น Active learning

การค้นคว้าหรือการหาเทคนิควิธีไม่ใช่เรื่องยากในยุคปัจจุบัน...มี smartphone อยู่ในมือทุกคน นั่นเท่ากับโลกทั้งใบอยู่ในมือแล้วอยากได้อะไร download ได้หมดและฟรีด้วยเพียงแต่เรารู้วิธีใช้หรือเลือกใช้สิ่งที่เป็นประโยชน์หรือไม่

ผมเริ่มจาก...
การสอนก็เริ่มจากศัพท์เป็นคำๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มเป็นวลี เป็นประโยค. การสอนของผมก็ท่องไปสอนไป ( ทั้งเรียนและสอนในเวลาเดียวกัน ) เราก็เรียนไปพร้อมกับลูก download การ์ตูนภาษาอังกฤษให้ลูกดู (ห้ามเอาที่มีคำแปลเป็นไทย เช่น A = ant = มด) ทำการบ้านหาศัพท์หาข้อมูลก่อนมาคุยกับลูก ผนังบ้านหรือผนังในห้องน้ำเปลี่ยนเป็นกระดานดำ เขียนศัพท์ เขียนประโยคที่ต้องใช้พูดคุยในขณะอาบน้ำให้ลูก คิดไม่ออกก็เงยหน้ามองแล้วค่อยคุยกับลูกพอบ่อยเข้าเราก็เริ่มจำได้

การออกเสียงภาษาอังกฤษของผมก็เหมือนคนไทยหลายๆ คนที่ใช้ความเชื่อ เชื่อในสิ่งที่ตาเห็นว่าสะกดอย่างไรก็อ่านอย่างนั้น

หลังจากนั้นผมมารู้ว่าที่เราเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นสิ่งที่คนไทยหลายๆ คนออกเสียง เสียงที่เราได้ยินและคุ้นเคยกว่า 90 % ออกเสียงไม่ถูกต้อง. และผมมารู้จัก phonetics symbols สัญลักณ์กำกับการออกเสียงที่อยู่ใต้ศัพท์ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนและไม่เคยสังเกต dictionary ว่ามันมีด้วย. ผมจึงมาหัดอ่าน phonetics และใช้หูฟังไม่เชื่อตัวอักษรที่เขียน ทำให้การออกเสียงได้ดีขึ้น

สรุปคือ...การสอน "ห้ามแปล"

ชี้ที่สิ่งของแล้วพูด เช่น ชี้ที่หนังสือแล้วพูด book หรือ a book
หยิบของขึ้นก็พูดว่า pick it up หยิบของขึ้นมาพร้อมกับพูดและให้เขาได้ยินเสียงให้เห็นท่าทาง
วางของลงก็พูดว่า put it down

เริ่มจากศัพท์ เป็นวลี เป็นประโยค ค่อยๆ เพิ่ม

และสิ่งที่สำคัญคือพยายามออกเสียงให้เคลียร์...ถ้าไม่มั่นใจให้ฟัง talking dict หรือถ้าจะให้ดีก็หัดอ่าน phonetics พวกนี้ download ได้ฟรี


5. อะไรคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเลี้ยงลูกแบบ 2 ภาษาครับ?


ผมมองว่าพ่อแม่สำคัญมากครับเพราะว่าพ่อแม่สอนได้ตั้งแต่ลูกยังเล็กและในวัยเด็กคนที่มีความถี่ในการสอนคนที่อยู่ใกล้ชิดลูกก็คือพ่อแม่การสอนตั้งแต่เล็กทำให้เด็กคุ้นชินเหมือนเป็นภาษาแรกเขาจะพูดเป็นธรรมชาติโดยไม่รู้สึกเก้อเขิน..ก็คือการฝึกเดินก้าวแรกต้องพ่อแม่เริ่ม แล้วเขาจะไปฝึกวิ่ง จะกระโดดสูงหรือจะตีลังกามันก็จะเป็นเรื่องง่ายขึ้น

เราอาจมองข้ามตัวอย่างดีๆ ที่อยู่ใกล้เรา
เด็กต่างจังหวัดพูด 2 ภาษาเป็นธรรมชาติโดยไม่เก้อเขิน
1.ภาษาท้องถิ่น
2.ภาษาไทย

เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะมีความถี่ในการพูด 2 ภาษาตั้งแต่เด็ก จนไม่รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งแปลกปลอม


(คุณฉี คือคนที่ใส่เสื้อสีฟ้าครับ)



6. หลายครั้ง พ่อแม่ยังไม่เก่งภาษา มาเลี้ยงแบบหนึ่งคนหนึ่งภาษา (One Parent One Languae – OPOL) แล้วรู้สึกอึดอัดกับการพูดหรือแสดงความรักผ่านภาษาที่ไม่คุ้นเคย อยากพูดไทยกับลูก มีความเห็นอย่างไร และมีอะไรแนะนำบ้างครับ?


วิธีที่ผมปฏิบัติมาคือพูดเท่าที่ได้ครับแล้วค่อยๆ เพิ่ม ศึกษาค้นคว้าหรือสอบถามผู้รู้ อะไรที่เราพูดเป็นอังกฤษไม่ได้ก็พูดไทยได้ครับ..ทำให้สนุกอย่าไปเครียดหรือกดดันตัวเอง

แต่เวลาเราพูดอังกฤษแล้วลูกตอบเป็นไทยต้องไม่ปล่อยผ่านไปครับ...พยายามให้เขาตอบโต้เป็นภาษาอังกฤษ ถ้าปล่อยผ่านไปเรื่อยๆ เด็กจะไม่ยอมพูด..โหมดภาษาอังกฤษจะไม่เกิด ถ้าโหมดภาษาอังกฤษเกิดขึ้นเมื่อไหร่ปริมาณก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ครับ
 

7. คิดว่าอะไรเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การเลี้ยงน้องจันทร์เจ้าแบบ 2 ภาษาได้สำเร็จครับ?


การลงมือทำครับ...

ผมคิดว่าอะไรที่เกิดจากความอยากความรักเราจะทำได้ดี

ผมมีความอยาก และลงมือปฏิบัติและทำอย่างต่อเนื่อง แค่ใช้เวลาที่อยู่กับลูกจากพูดภาษาไทยก็เปลี่ยนเป็นพูดอังกฤษเท่าที่จะพูดได้ หาหนังสืออ่าน หาวิธีเพื่อเพิ่มความแม่นยำและมีประสิทธิภาพ...ซื้อหนังสือคุณ พงษ์ระพี เตชพหพงษ์(ผู้ใหญ่บิ๊ก) เจ้าของแนวคิดเด็ก 2 ภาษาพ่อแม่ธรรมก็สร้างได้มาอ่านหลักการและแนวคิดครับ


8. จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้พบเจอ คิดว่าอะไรคือปัญหาที่ทำให้พ่อแม่ส่วนใหญ่เลี้ยงลูก 2 ภาษาได้ไม่ดีเท่าที่ควรครับ?


ผมคิดว่าเพราะชอบดูถูกศักยภาพของตัวเอง...สิ่งที่พ่อแม่มักจะพูดคือ "ไม่เก่งภาษา" อาย กลัวสอนลูกผิด
มีคนถามผมว่าไม่กลัวว่าจะสอนลูกผิดเหรอ?...
ผมตอบไปอย่างมันใจเลยว่า "ผมสอนผิดแน่นอน" ผมรู้ดีว่ามันไม่สมบูรณ์แบบ แต่ผมไม่กลัวเชื่อว่ารายละเอียด ความถูกต้องความสมบูรณ์ ไปแก้ไขทีหลังได้ 

..แต่สิ่งที่ผมกลัวมากกว่าคือ ผมรอไม่ได้..
ผมต้องทำตั้งแต่เกิดตั้งแต่เล็กเพื่อให้เขาเกิดความเคยชินกับการพูดภาษาอังกฤษเป็นเรื่องปกติ. แต่ถ้าผมรอให้เขาโตแล้วให้ข้อมูลนั่นจะกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เขารับได้ยาก เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมกลัวมากกว่าที่กลัวว่าจะสอนผิด....การพูดภาษาที่ 2 มันต้องเริ่มจากผิดแน่ๆ มันเป็นเรื่องปกติ.  ภาษาตัวเองหลายๆครั้งยังพูดผิดเลย

กล้าพูดแบบผิดๆ ถูกๆ มันก็ยังดีกว่าพูดไม่ได้เลย...แค่สร้างความกล้าพูดให้เกิดขึ้นได้ ผมมองว่านั่นคือสำเร็จแล้ว

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=7Z1g-axxEfo" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=7Z1g-axxEfo</a>

คลิปน้องจันทร์เจ้า ช่วงอายุ 2.7 ปี พูดภาษาอังกฤษ


9. หลายคนมองว่าการเลี้ยงลูก 2 ภาษา ต้องใช้เงินเยอะ คิดว่าอย่างไรอบ้างครับ และการหาซื้อสื่อสอนลูก จำเป็นมั้ยครับ ที่ต้องหาซื้อสื่อต่างประเทศ ที่อาจจะมีราคาสูงพอสมควร?


ใช้เงินเยอะก็ใช่ว่าจะได้ผลครับ...ก็มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย เช่น โรงเรียน 2 ภาษาค่าเทอมขั้นต่ำก็สามหมื่นกว่าบาทผมไม่เห็นว่าเด็กจะพูดได้เลย ส่วนใหญ่ที่เป็นเช่นนั้นเพราะอยู่ที่บ้านไม่เคยมีใครพูดอังกฤษความถี่มันไม่พอ ที่บ้านไม่เคยฝึกเดินก้าวแรก มาฝึกมาเริ่มที่โรงเรียนเป็นไม่แก่ที่ดัดยากขึ้น ไม่เหมือนคนที่ฝึกเดินก้าวแรกมาจากบ้านพอเข้าโรงเรียนหรือไปเรียนพิเศษก็ต่อยอดได้เลย...เพราะฉนั้นการสอนที่มีประสิทธิภาพและประหยัดคือการสอนโดยไม่สอนใช้เวลาอยู่ที่บ้านพูดคุยโดยพ่อแม่ครับ

ส่วนสื่อผมว่าทุกวันนี้สื่อดีๆ และฟรีหาได้ง่ายส่วนใหญ่ผม download เอาครับไม่เคยซื้อสื่อแพงๆ
ผมมองว่าไม่ได้อยู่ที่สื่อแพงครับ...แต่อยู่ที่ทำอย่างไรให้เด็กรู้ข้อมูลจำข้อมูลได้ การทำให้เด็กจำสิ่งต่างๆ ได้ผมว่าไม่ได้อยู่ที่ราคาครับ...แต่มันอยู่ที่วิธีการ
   

10. หากจะให้สรุปว่า อะไรคือปัจจัยที่สำเร็จในการเลี้ยงลูก 2 ภาษา คิดว่ามีอะไรบ้างครับ?


...ปัจจัยที่จะสำเร็จได้คือลงมือทำครับ...

ความฝันที่ยังไม่ได้ลงมือทำ มันก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ไมีความฝันอะไรเลย...เหตุผลที่ไม่สำเร็จคือไม่ทำหรือทำไม่ต่อเนื่องไม่จริงจัง  จริงๆ แล้วหลายๆ เรื่องไม่ใช่เป็นสิ่งที่เราทำไม่ได้...แต่เป็นสิ่งที่เราไม่ได้ทำมากกว่า
เพราะฉนั้นต้องรีบลงมือทำยิ่งทำเร็วยิ่งง่าย เลิกดูถูกตัวเอง เลิกรอความสมบูรณ์แบบ เลิกอาย เลิกแคร์สายตาคนอื่นที่มอง และเปลี่ยนวิธีคิดแบบเดิม เช่น ว่าเด็กยังเล็กเกินไปอย่าสอนเยอะเด็กจะรับไม่ได้เด็กรับได้ไม่อั้นให้กลัวว่าให้ไม่พอ  วิธีคิดแบบเดิมปล่อยให้เด็กโตแบบอิสระแล้วป้อนข้อมูลตอนโตนั่นแหละคือยัดเยียดบังคับลูก ให้นึกถึงว่านี่คือลูกเราอยากให้ลูกเป็นอย่างไรเราต้องสร้างเองครับ

สรุปคือว่า...ลงมือทำและทำให้ถูกวิธี
1.ห้ามสอนแบบแปล เอ แอ้น มด
2.ชี้ให้เห็นภาพหรือแสดงท่าทางให้เห็นในสิ่งที่เราพูดถึง ให้เด็กเลียนแบบและจำได้...ห้ามพูดลอยๆ นอกจากในสิ่งที่เด็กรู้แล้วมีประสบการณ์แล้ว
3.เวลาพูดอังกฤษกับลูกพยายามให้ตอบโต้เป็นภาษาอังกฤษ..อย่าปล่อยผ่านไปเรื่อยๆ ไม่งั้นจะไม่ยอมพูดสักที

ห้ามเปรียบเทียบกับลูกคนอื่น...แล้วทำให้เรากดดัน
สมองคนเราเรียนรู้ได้เท่ากัน...แต่ในเวลาที่ไม่เท่ากัน...การเรียนรู้ช้าหรือเร็วจึงต่างกัน ถ้ายังไม่ได้ก็ซ้ำ ทบทวน...เริ่มให้เขากล้าพูดได้ก็สำเร็จแล้ว ปริมาณเดี๋ยวก็มาเองครับ

สามารถติดตามพ่อฉี และน้องจันทร์เจ้าได้ที่ : https://www.facebook.com/Janjaoandporchee
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 ก.พ. 59, 16:22:58น. โดย admin

My Name: deksamrong ออฟไลน์
  • ดูรายละเอียด
  • iphone x
คะแนนน้ำใจ: 0

My Name: aom09319 ออฟไลน์
  • ดูรายละเอียด
คะแนนน้ำใจ: 0
ตอบกลับ #2 26 เม.ย. 61, 12:17:01น.

i99win เว็บแทงบอล แทงบอลไม่ผ่านเอเย่น เซียนบอล บ้านผลบอล Baanpollball ทีเด็ด ติดต่อเรา sbo sbobet fifa555 fifa55 isc888 928
 ufa ufabet ยูฟ่า ฟุตบอลโลก2018 บอลโลก2018 ผลบอล โต๊ะบอล ขอบสนาม ตุงตาข่าย กูว่าแล้วมึงต้องยิง เวกัส vegus มวย หวย คาสิโนเข้า sbobet มือ ถือ
เกมส์ เกม บาคาร่า รูเล็ต แทงบอลตรง ไม่ผ่านตัวแทน มั่นคง ปลอดภัย แทงบอล ผ่านเน็ต แทงบอลฟรี ฝาก-ถอน 24 ชม.สนใจติดต่อที่   http://i99win.com